ถ้าเห็นข้อความ "การแจ้งเตือนภัยคุกคามของ Apple" บน iPhone หรือในอีเมล สิ่งแรกที่ควรรู้คือ Apple ใช้ระบบนี้เฉพาะเมื่อตรวจพบกิจกรรมที่สอดคล้องกับสปายแวร์ที่ได้รับการว่าจ้างให้ผลิต และตามหน้าช่วยเหลือของ Apple ประเทศไทย ผู้ใช้ส่วนใหญ่จะไม่ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีแบบนี้
Apple ระบุว่าการสืบสวนของบริษัทไม่สามารถยืนยันได้อย่างเด็ดขาด แต่การแจ้งเตือนนี้มีความน่าเชื่อถือสูง จึงควรพิจารณาอย่างจริงจัง ส่วนบทความนี้สรุปจากหน้าช่วยเหลือของ Apple ประเทศไทยว่าการแจ้งเตือนของจริงมาทางไหนบ้าง และสิ่งที่ Apple แนะนำให้ทำต่อ
การแจ้งเตือนของจริงมาทางไหนบ้าง
Apple แจ้งผู้ใช้ที่เป็นเป้าหมายผ่านช่องทางต่อไปนี้ ตามที่ Apple อธิบายไว้:
- บน iPhone ของผู้ใช้ ทั้งหน้าจอล็อคและในการตั้งค่า
- อีเมลที่ส่งไปยังที่อยู่อีเมลที่ผูกไว้กับบัญชี Apple
- แบนเนอร์ที่ด้านบนสุดของหน้าบัญชี Apple หลังลงชื่อเข้า account.apple.com
วิธีเช็กว่าข้อความที่ได้รับเป็นของจริงหรือไม่ คือเข้า account.apple.com ด้วยตัวเอง ถ้า Apple ส่งการแจ้งเตือนจริง จะเห็นแบนเนอร์ชัดเจนที่ด้านบนของหน้าหลังลงชื่อเข้า ไม่ต้องกดลิงก์ในข้อความที่ส่งมา
สิ่งที่ Apple บอกว่าจะไม่ขอ
Apple ระบุว่าการแจ้งเตือนภัยคุกคามไม่เคยขอให้ผู้ใช้คลิกลิงก์ เปิดไฟล์ ติดตั้งแอปหรือโปรไฟล์ หรือให้รหัสผ่านบัญชี Apple รวมถึงรหัสยืนยันทางอีเมลหรือทางโทรศัพท์ ข้อความที่อ้างว่าเป็น Apple แล้วขอสิ่งเหล่านี้จึงไม่ตรงกับที่ Apple อธิบาย
ถ้าได้รับแจ้งเตือนจริง ทำอะไรต่อ
Apple บอกว่าการแจ้งเตือนจะมีข้อมูลเพิ่มเติมพร้อมขั้นตอนที่แนะนำ รวมถึงการเปิดใช้งานโหมดล็อคดาวน์ และแนะนำอย่างยิ่งให้ขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย เช่น Digital Security Helpline ขององค์กรไม่แสวงหากำไร Access Now ซึ่งติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน ผ่านทางเว็บไซต์
องค์กรภายนอกไม่ทราบว่าเหตุใด Apple จึงส่งการแจ้งเตือน แต่ช่วยให้คำแนะนำด้านความปลอดภัยเฉพาะตัวแก่ผู้ที่ตกเป็นเป้าหมายได้
ภาพรวมที่ Apple เปิดเผย
Apple ระบุว่าส่งการแจ้งเตือนภัยคุกคามหลายครั้งต่อปีตั้งแต่ปี 2021 และจนถึงปัจจุบันแจ้งผู้ใช้ในกว่า 150 ประเทศ โดย Apple ไม่ระบุว่าการโจมตีหรือการแจ้งเตือนแต่ละครั้งมาจากผู้โจมตีรายใดหรือภูมิภาคใดโดยเฉพาะ
ผู้ใช้ทั่วไปควรทำอะไร
ถึงไม่ได้รับการแจ้งเตือน Apple แนะนำแนวทางป้องกันเบื้องต้นให้ผู้ใช้ทุกคน ได้แก่ อัปเดตอุปกรณ์เป็นซอฟต์แวร์ล่าสุด ตั้งรหัสผ่าน Touch ID หรือ Face ID ใช้การตรวจสอบสิทธิ์สองปัจจัยกับบัญชี Apple ติดตั้งแอปจาก App Store และไม่เปิดลิงก์หรือไฟล์แนบจากผู้ส่งที่ไม่รู้จัก
