OpenAI ประกาศเมื่อ 5 ต.ค. ว่าจะเริ่มใส่ลายน้ำล่องหนในข้อความที่ ChatGPT และ Codex สร้าง โดยเริ่มใช้ในสหภาพยุโรป (EU) ภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ส่วนนักพัฒนาที่ใช้ API เปิดใช้เองได้ทั่วโลกตั้งแต่วันนี้ แต่ค่าเริ่มต้นยังปิดอยู่ ในไทยยังไม่มีประกาศว่าจะใช้กับ ChatGPT ปกติ
ลายน้ำแบบนี้ทำงานยังไง
OpenAI เรียกวิธีนี้ว่า textGrain คือปรับการเลือกคำของโมเดลเล็กน้อยให้เกิดรูปแบบทางสถิติที่คนอ่านมองไม่เห็นและไม่หายตอนคัดลอก แต่เครื่องตรวจจับอ่านออก บริษัทบอกว่าไม่กระทบคะแนนทดสอบของโมเดลอย่างมีนัยสำคัญ และเผยแพร่รายงานเทคนิคที่เขียนร่วมกับนักวิจัยจาก University of Pennsylvania และ Yale ตามรายงานของ TechCrunch
ตรวจเจอแค่ไหน และหลบได้ไหม
ตัวเลขที่ OpenAI เปิดเผยแสดงให้เห็นว่าลายน้ำนี้ทนต่อการแก้คำได้จำกัด
- ข้อความ 200 โทเคนตรวจเจอราว 80% ข้อความ 400 โทเคนตรวจเจอราว 95%
- ถ้าแก้ 10% ของคำเป็นคำพ้องความหมาย อัตราตรวจเจอลดลงจากราว 92% เหลือ 66%
- ถ้าแก้ 25% ของคำ เหลือ 17%
- ข้อความสั้น งานคณิตศาสตร์ที่ตัวเลือกคำมีน้อย และข้อความที่แปลภาษา ตรวจยากกว่า
OpenAI ระบุเองว่า ลายน้ำบอกได้ว่าระบบของ OpenAI สร้างหรือประมวลผลบางส่วนของข้อความ แต่ไม่ได้บอกว่ามนุษย์ใช้วิจารณญาณหรือความคิดสร้างสรรค์กับมันมากแค่ไหน และข้อความที่สั้น ถูกแก้ หรือถูกแปลอาจตรวจไม่แม่น
คนไทยต้องสนใจตรงไหน
สรุปตามกลุ่มผู้ใช้ได้ดังนี้
- ผู้ใช้ ChatGPT ทั่วไปในไทย: ตามที่ประกาศ การใส่ลายน้ำใน ChatGPT และ Codex เริ่มที่ EU เท่านั้น ยังไม่มีกำหนดสำหรับไทย
- นักพัฒนาและบริษัทที่เรียก API: เปิดใช้ได้กับบางโมเดลทันที เหมาะกับงานที่ต้องการให้ตรวจย้อนได้ว่าข้อความมาจากโมเดลของ OpenAI
- ครูหรือองค์กรที่หวังใช้จับข้อความ AI: เครื่องตรวจยังเปิดให้เฉพาะนักวิจัยและองค์กรผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับอนุมัติ ตอนนี้ยังเปิดรับสมัครใช้งานอยู่ และผลตรวจไม่ใช่หลักฐานตัดสินคนเขียน
