Gyazo บริการแคปหน้าจอแล้วแชร์เป็นลิงก์ที่สายเกมและสายไอทีใช้กันเยอะ ถูกเจาะระบบจริง Helpfeel Inc. บริษัทญี่ปุ่นเจ้าของบริการ ประกาศเมื่อ 16 กันยายน 2026 ว่ามีผู้บุกรุกอาศัยช่องโหว่ของเซิร์ฟเวอร์เข้าถึงฐานข้อมูล และดึงข้อมูลผู้ใช้ออกไปราว 23.62 ล้านรายการ พร้อมข้อมูลประกอบของภาพอีกกว่า 490 ล้านรายการ
ใครมีบัญชี Gyazo ควรถือว่าข้อมูลของตัวเองอยู่ในกองที่หลุด และเปลี่ยนรหัสผ่านทันที โดยเฉพาะถ้าเคยใช้รหัสเดียวกันกับบริการอื่น
อะไรหลุดบ้าง
- ข้อมูลผู้ใช้ราว 23.62 ล้านรายการ — ชื่อ อีเมล ค่าแฮชของรหัสผ่าน รหัสผู้ใช้และรหัสอุปกรณ์ โทเคนเซสชัน ข้อมูลการเชื่อมต่อกับโซเชียล รวมถึงแพ็กเกจที่สมัครและสถานะการเรียกเก็บเงิน
- ข้อมูลประกอบของภาพกว่า 490 ล้านรายการ — รหัสภาพที่ใช้ประกอบเป็นลิงก์ หมายเลข IP ที่อัปโหลด ข้อมูลตำแหน่งใน EXIF ชื่อภาพ URL ต้นทาง ข้อความที่ระบบอ่านจากภาพด้วย OCR และค่าแฮชของรหัสผ่านสำหรับภาพแบบส่วนตัว
- สิ่งที่บริษัทระบุว่าไม่หลุด — ข้อมูลบัตรเครดิตและข้อมูลการชำระเงิน รวมถึงตัวไฟล์ภาพซึ่งยืนยันว่าไม่พบการสูญหาย ส่วนบริการอื่นของบริษัทคือ Helpfeel และ Cosense ไม่ได้รับผลกระทบ
จุดที่ควรกังวลไม่ได้อยู่แค่รหัสผ่าน แต่อยู่ที่ข้อความ OCR กับรหัสภาพ เพราะคนจำนวนมากใช้ Gyazo แคปหน้าจอที่มีข้อมูลงาน แชต หรือเลขที่ไม่ได้ตั้งใจให้ใครเห็น แล้วส่งลิงก์ให้กันเฉพาะกลุ่ม การที่รหัสภาพและข้อความในภาพหลุดออกไปพร้อมกัน ทำให้การไล่หาภาพที่เคยคิดว่าเป็นความลับทำได้ง่ายขึ้น
ไทม์ไลน์ที่บริษัทแจ้ง
Helpfeel ระบุว่าการบุกรุกเกิดขึ้นวันที่ 11 กันยายน 2026 และเริ่มตรวจสอบทันที วันที่ 12 กันยายนปิดเส้นทางเข้าถึงและอุดช่องโหว่ที่ถูกใช้ วันที่ 14 กันยายนยืนยันว่ามีข้อมูลรั่วไหลจริงและระงับการให้บริการแสดงภาพ วันที่ 15 กันยายนรายงานเหตุต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของญี่ปุ่น ก่อนจะออกประกาศต่อสาธารณะในวันที่ 16 กันยายน
คนไทยต้องทำอะไร
Gyazo ไม่มีเวอร์ชันไทยแยกต่างหาก คนไทยที่ใช้จึงอยู่ในชุดข้อมูลเดียวกับผู้ใช้ทั่วโลก สิ่งที่ควรทำตามคำแนะนำของบริษัทคือ เปลี่ยนรหัสผ่าน Gyazo และเปลี่ยนรหัสของบริการอื่นที่ใช้รหัสซ้ำกัน จากนั้นระวังอีเมลหรือข้อความที่อ้างชื่อ Gyazo เป็นพิเศษ เพราะเมื่ออีเมลกับข้อมูลแพ็กเกจหลุดไปพร้อมกัน การส่งเมลหลอกให้ดูน่าเชื่อจะทำได้ง่ายขึ้น
อีกข้อที่ควรทำคือเพิกถอนการเชื่อมต่อบัญชีโซเชียลที่เคยผูกไว้กับ Gyazo แล้วผูกใหม่ เพราะโทเคนเซสชันและข้อมูลการเชื่อมต่ออยู่ในรายการที่หลุดด้วย ใครที่กังวลเรื่องรหัสผ่านถูกนำไปลองกับบริการอื่น อ่านเพิ่มได้จากเคสมัลแวร์ KREMLIN ที่แอบฝังส่วนขยายในเบราว์เซอร์เพื่อขโมยรหัสบัญชีธนาคาร



