Microsoft แยกวิธีคิดเงิน Copilot สำหรับองค์กรเป็นสองก้อน งานทั่วไปอย่างแชต สรุปเอกสาร หรือช่วยใน Word, Excel และ PowerPoint ยังจ่ายเหมาต่อคนต่อเดือนเหมือนเดิม ส่วนงานหนักที่ให้เอเจนต์ทำแทนนานเป็นชั่วโมงจะคิดตามการใช้งานจริงผ่าน Copilot Credits ประกาศนี้มาจาก Nicole Herskowitz ของ Microsoft บน Microsoft Copilot Blog เมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2026
อะไรเหมาจ่าย อะไรคิดตามใช้
| ประเภทงาน | วิธีคิดเงิน |
|---|---|
| งานทั่วไป (Chat และผู้ช่วยในแอป Microsoft 365) | เหมาจ่ายต่อคนต่อเดือน |
| งานเอเจนต์ (Cowork, Code, Autopilot) และโมเดลระดับท็อป | คิดตามใช้ผ่าน Copilot Credits |
- ในแพ็กเกจรายเดือนเลือกใช้ GPT-5.6 กับ Sonnet 5 ได้ ส่วนโมเดลใหม่อย่าง Opus 5 จะมาแบบมีเพดานการใช้
- ใครใช้หนักจนชนเพดาน ระบบจะเตือนก่อน แล้วให้เลือกสลับไปใช้โหมด Auto ต่อโดยไม่เสียเพิ่ม หรือซื้อเครดิต
- โหมด Auto จะเลือกโมเดลและระดับการคิดให้เองตามงาน ชั่งทั้งความแม่น ความเร็ว และต้นทุน
Microsoft ให้เหตุผลว่างานประจำอย่างสรุปรายงานประชุมไม่ได้ต้องใช้โมเดลที่เก่งที่สุด ใช้โมเดลแรงขึ้นผลก็ไม่ต่าง จึงควรเหมาจ่ายให้ทุกคนใช้ได้ไม่ต้องกั๊ก ส่วนงานที่ปล่อยเอเจนต์ทำทั้งบ่ายกินทรัพยากรมากกว่าหลายเท่า จึงแยกไปคิดตามใช้ บริษัทเปรียบว่าเหมือนรถปลั๊กอินไฮบริด แบตเตอรี่รายเดือนพอสำหรับการขับส่วนใหญ่ ส่วนถังน้ำมันไว้ใช้ตอนต้องไปไกลกว่านั้น
องค์กรไทยที่ใช้ Copilot ต้องทำอะไร
ข่าวดีคือบิลจะไม่พุ่งเอง สำหรับลูกค้าองค์กร บริการที่คิดตามใช้จะยังปิดอยู่จนกว่าแอดมินจะสร้างนโยบายค่าใช้จ่ายใน Microsoft 365 admin center และก่อนหน้านั้นจะไม่มีการเรียกเก็บเงิน แอดมินตั้งงบได้ทั้งระดับองค์กร กลุ่ม และรายคน พร้อมตั้งแจ้งเตือนเมื่อใช้ถึงเกณฑ์ ส่วนพนักงานดูเครดิตคงเหลือและประวัติการใช้ได้เองในแอป Copilot
Microsoft บอกด้วยว่าการคุมค่าใช้จ่ายครอบคลุม Code, Cowork และ Work IQ API แล้ว ส่วนเอเจนต์ที่สร้างใน Copilot Studio จะตามมาในเดือนตุลาคม ถ้าองค์กรเพิ่งเริ่มลอง Copilot โฉมใหม่ที่มี Home, Code และ Autopilot ควรตั้งงบก่อนเปิดให้พนักงานใช้งานเอเจนต์
